ซีลีเนียม

" สารต้านอนุมูลอิสระที่แข็งแรง "

ซีลีเนียม เป็นเกลือแร่ที่ร่างกายต้องการในปริมาณไม่มากนัก แต่มีความสำคัญต่อเซลล์มากที่สุดเพื่อให้เซลล์ทำงานได้อย่างถูกต้อง และเจริญเติบโตได้อย่างเป็นปกติโดยสร้างเอ็นไซม์กลูตาไทโอน เปอร์ออกซิเดส ซึ่งเป็นเอ็นไซม์ที่สามารถปกป้องเซลล์จากการทำลายของอนุมูลอิสระได้ทั่วร่างกายและซีลีเนียมยังเสริมจึงมุ่งประโยชน์ในการป้องกันมะเร็งเป็นหลักใหญ่ ซีลีเนียมในรูปแบบธรรมชาติมีทั้งที่เป็นสารประกอบอนินทรีย์ (inorganic) เช่น โซเดียมซีลีไนต์ โซเดียมซีลีเนตและสารประกอบอินทรีย์ (0rganic) เช่น ซีลีโนเมทไทโอนีน ซีลีโนซีสทีอีน แต่เนื่องจากซีลีเนียมที่อยู่ในรูปสารที่อยู่ในรูปสารประกอบอนินทรีย์จะกระตุ้นการเกิดอนุมูลอิสระและอาจมีอันตรายจึงไม่สามารถใช้ได้ในปริมาณสูง ซึ่งแตกแต่งจากซีลีเนียมจากยีสต์ซึ่งอยู่ในรูปซีลีโนเมทไทโอนีนซึ่งเป็นสารประกอบอินทรีย์ที่ร่างกายสามารถดูดซึมไปใช้ได้ดีกว่า

ตัวอย่างงานศึกษาเกี่ยวกับมะเร็ง

การศึกษาประชากรในประเทศจีนแสดงให้เห็นว่า คนที่อยู่อาศัยในพื้นดินที่ขาด ซีลีเนียม มีอัตราการเป็นโรคมะเร็งสูง ทำให้ต้องมีการแนะนำให้รับประทานซีลีเนียมเสริมให้เพียงพอแก่ความต้องการ ซึ่งอาจช่วยป้องกันมะเร็งได้ (Taylor, 1994; Zhou, 1999) จากการศึกษาในสัตว์จำนวนมากพบว่า ซีลีเนียม ลดการเจริญเติบโตของก้อนเนื้องอกได้ในหมูทดลอง (Hamilton,2001) ซีลีเนียมจากยีสต์ เป็นสารประกอบอินทรีย์ ที่มีความปลอดภัยสูงกว่า ซีลีเนียมในรูปของ สารอนินทรีย์

การใช้ซีลีเนียมเป็นอาหารเสริมช่วยลดความเสี่ยงของโรคมะเร็ง

สรุปได้ว่าการใช้ ซีลีเนียม วันละ 200 ไมโครกรัมลดความเสี่ยงของโรคมะเร็งบางชนิดลงเช่น มะเร็งต่อมลูกหมากลดลง 66% มะเร็งลำไส้ลดลง 50% และมะเร็งปอดลดลง 40% โดยเมื่อเทียบผลการทดลองกับการใช้ยาหลอก (Taylor et al.,1994)

ซีลีเนียมช่วยลดอัตราการเสียชีวิตจากโรคที่เกี่ยวข้องมะเร็ง

ซีลีเนียม ช่วยลดอัตราการเสียชีวิตจากโรคที่เกี่ยวกับมะเร็งทุกชนิดรวมถึงมะเร็งปอด มะเร็งลำไส้ใหญ่ และมะเร็งต่อมลูกหมาก (Combs et al.,1997) การศึกษาแบบควบคุมกับผู้ทำการทดลองจำนวน 24 คน เพื่อศึกษาว่า ซีลีเนียม จะมีผลทางคลินิกกับผู้ป่วยโรคหอบหืดที่เป็นมาแต่กำเนิดหรือไม่ โดยให้ ซีลีเนียมวันละ 100 ไมโครกรัม และยาหลอกเป็นเวลา 14 สัปดาห์ พบว่ากลุ่มที่รักษาด้วย ซีลีเนียม มีอาการดีขึ้น มีระดับเซรุ่มของ ซีลีเนียม และเอ็นไซม์กลูตาไทโอนเปอร์ออกซิเดสในร่างกายเพิ่มขึ้น และการเกาะตัวเป็นกลุ่มของเกล็ดเลือดก็ลดลงด้วย (Hasselmark et al.,1993) ที่จังหวัด Qidong ในประเทศจีนมีรายงานเกี่ยวกับโรคไวรัสตับอักเสบบี (HBV) และมะเร็งตับ (PLC) ว่าจากการค้นคว้าทดสอบเป็นเวลา 8 ปี พบว่าโรคทั้งสองชนิดที่เกิดขึ้นมีความเกี่ยวข้องกับปริมาณ ซีลีเนียม ในร่างกาย โดยจัดให้ประชากรส่วนหนึ่งได้รับเกลือซีลีไนท์เป็นอาหารเสริม พบว่ามีคนเป็นมะเร็งตับลดลง 35% ส่วนในกลุ่มประชากรที่มีค่าแอนติเจนไวรัสตับอักเสบบีเป็นบวกแบ่งกลุ่มคนให้ได้รับเกลือซีลีไนท์วันละ 200 ไมโครกรัม และยาหลอกในกลุ่มที่ใช้ยาหลอก 7 คน ใน 113 คน เกิดมะเร็งตับขึ้น และกลุ่มคนที่ได้รับเกลือซีลีไนท์ไม่พบคนที่เป็นมะเร็ง (Yu et al.,1997)

นอกเหนือจากากรลดความเสี่ยงของโรคมะเร็ง

ซีลีเนียม ยังมีส่วนในการบรรเทาอาการของโรคต่างๆ ที่มีสาเหตุมาจากการทำงานของเซลล์ที่เสื่อมสภาพเพราะถูกทำลายจากอนุมูลอิสระดังนี้

ระบบไหลเวียนของเลือด

การใช้ซีลีเนียม ร่วมกับ วิตามินอี ช่วยให้ผู้ป่วยที่มีปัญหาเกี่ยวกับการไหลเวียนของเลือดไม่สะดวกให้มีอาการที่ดีขึ้น และยังลดการอุดตันของหลอดเลือดอีกด้วย โรคที่เกี่ยวข้องเช่นโรคหัวใจ โรคความดันโลหิตสูง โรคเส้นเลือดในสมองตีบหรือแตก และหัวใจพิบัติ

ช่วยทำให้มีระดับพลังงานในร่างกายสูงขึ้น

ป้องกันและบรรเทาอาการข้ออักเสบ ป้องกันตาต้อกระจกเป็นเกลือแร่สำคัญในการปกป้องเนื้อไตไม่ให้เกิดความเสียหาย

ช่วยขับสารพิษจำพวกโลหะออกจากร่างกาย

เช่น ปรอท แคดเมี่ยม เงิน และทาลเลี่ยม ช่วยปกป้องการทำลายตับเนื่องจากการดื่มแอลกอฮอล์ และลดความเสียหายของเซลล์จากอนุมูลอิสระในควันบุหรี่และช่วยขจัดรังแคอีกด้วย

ปริมาณแนะนำในการรับประทาน

การรับประทานซีลีเนียม ในปริมาณที่สูงทำให้เกิดความเป็นพิษได้ แต่ร่างกายก็ต้องการเกลือแร่ชนิดนี้เพื่อเสริมสร้างระบบภูมิคุ้มกันโดยการรับประทานเพียงวันละ 50-200 ไมโครกรัม ซึ่งเป็นปริมาณที่ปลอดภัย