น้ำมันเมล็ดฟักทอง

" ป้องกันและรักษาต่อมลูกหมากโต บรรเทาอาการวัยทอง"

น้ำมันเมล็ดฟักทองอุดมไปด้วยวิตามินอี เมื่อทำงานร่วมกันกับ ซีลีเนียม (Selenium) จะมีประสิทธิภาพสูงในการรักษาและบรรเทาปวดเข่า โดยมีความจำเป็นสำหรับผู้หญิง โดยเฉพาะอย่างยิ่งในวัยหมดประจำเดือนได้ดีไม่เพียงเท่านั้นยังมีประโยชน์ในผู้ชายอีกด้วย เนื่องจากนักวิทยาศาสตร์พบว่าครึ่งหนึ่งของซีลีเนียมที่มีอยู่ในร่างกายจะพบได้ที่อัณฑะและท่อนำน้ำเชื้อ จะมีฤทธิ์ป้องกันมะเร็ง

น้ำมันเมล็ดฟักทองกับการศึกษาทางการแพทย์

ใช้การรักษาอาการ IBS (Irritable Bowel Syndrome) ซึ่งเป็นอาการของลำไส้ใหญ่ทำงานผิดปกติโดยไม่ทราบสาเหตุ จากการศึกษาหลายครั้งพบว่าการรับประทานเมล็ดฟักทองช่วยป้องกันภาวะหลอดเลือดแดงแข็ง และรักษาระดับคอเลสเตอรอล แพทย์พื้นบ้านประเทศเยอรมันใช้น้ำมันเมล็ดฟักทองในการขับพยาธิลำไส้ มีส่วนช่วยในการรักษาอาการต่อมลูกหมากโต และทำงานได้ดียิ่งขึ้นเมื่อใช้ร่วมกับสมุนไพรซอร์พาลเมตโตหรือพิเจียม

มะเร็งต่อมลูกหมากจัดเป็นมะเร็งที่พบมากในผู้ชาย

เป็นมะเร็งทีมีอัตราการเสียชีวิตมากเป็นอันดับสองรองจากมะเร็งปอด โดยมะเร็งชนิดนี้มักจะเกิดในผู้ชายที่อายุ 65 ปีขึ้นไปและมีอัตราการเกิดมะเร็งสูงถึง 1 ใน 11 คน โดยสถาบันโรคมะเร็งแห่งชาติ (national Cancer Institute)

การมีโภชนาการที่ดีช่วยยับยั้งปัญหาของต่อมลูกหมากได้

จากการศึกษาชี้ว่าอาหารที่อุดมไปด้วยไขมันสูงจะก่อให้เกิดความเสี่ยงต่อโรคมะเร็งต่อมลูกหมาก ดังนั้นการรับประทานอาหารที่มีไขมันต่ำ จะช่วยลดความเสี่ยงต่อการเกิดโรคได้นอกจากนี้การรับประทานน้ำมันเมล็ดฟักทอง (Pumpkin Seed Oil) วันละ 1,000-2,000 มก. ก็เป็นทางเลือกที่ดีเนื่องจากเมล็ดฟักทองจะให้ธาตุสังกะสี (Zn) ในปริมาณสูงและกรดไขมันจำเป็นชนิด โอเมกา 6 (Essential Fatty Acid Omega-6) ซึงจะช่วยลดพยาธิสภาพที่เกิดกับต่อมลูกหมากได้ รวมทั้งการใช้สารต้านอนุมูลอิสระที่เป็นตัวการที่ก่อให้เกิดการพัฒนาของเซลล์จนกลายเป็นเซลล์มะเร็งในที่สุด

ผลการวิจัยเกี่ยวกับน้ำมันเมล็ดฟักทอง

ประเทศจาไมกา ทำการศึกษาสตรีที่เลยวัยทองไปแล้วทั้งคนที่เป็นไปโดยธรรมชาติหรือคนได้รับการผ่าตัดเอามดลูกรังไข่ออกจำนวน 35 คน แบ่งให้กลุ่มหนึ่งรับประทานน้ำมันจมูกข้าวสาลีและอีกกลุ่มหนึ่งรับประทานน้ำมันเมล็ดฟักทองวันละ 2,000 มิลลิกรัมต่อวันติดต่อกัน 12 สัปดาห์เหมือนๆกัน ผลการศึกษาพบว่า กลุ่มรับประทานน้ำมันเมล็ดฟักทองมีการเพิ่มระดับโคเลสเตอรอลชนิดดี (HDL), ช่วยให้ระดับความดันตัวล่าง (diastolic) ลดลง, และลดอาการของวัยทองเช่น อาการร้อนวูบวาบ, ปวดศีรษะและปวดตามข้อลงได้ ส่วนอีกกลุ่มหนึ่งที่ใช้น้ำมันจมูกข้าวสาลีอาการทุกอย่างเลวร้ายขึ้น ประเทศเกาหลี ทำการศึกษาผู้ชายที่มีอาการต่อมลูกหมากโตจำนวน 47 คนอายุเฉลี่ย 53.5 ปีมีค่า International Prostate symptom score มากกว่า 8 โดยใช้ระยะเวลาศึกษากว่า 12 เดือน แบ่งอาสาสมัครเป็นสี่กลุ่ม กลุ่ม A ให้รับประทานยาหลอดที่ทำจากแป้งมัน 320 มิลลิกรัม กลุ่ม B รับประทานน้ำมันเมล็ดฟักทองวันละ 320 มิลลิกรัม กลุ่ม Cรับประทานน้ำมันสมุนไพรซอร์พาล์เมทโทวันละ 320 มิลลิกรัมและกลุ่ม D รับประทานน้ำมันเมล็ดฟักทองผสมกับน้ำมันสมุนไพรซอร์พาล์เมทโทวันละ 320 มิลลิกรัม ผลการศึกษาพบว่ากลุ่ม B,C,D มีอาการและคุณภาพชีวิตดีขึ้น เฉพาะกลุ่ม D มีค่า PSA ลดลง แต่ปริมาตรของต่อมลูกหมากไม่เล็กลงในทุกกลุ่ม กลุ่ม B และ C มีอัตราขับปัสสาวะออกได้สูงที่สุด ซึ่งอาการจะดีขึ้นเรื่อยๆ เมื่อรับประทานน้ำมันเมล็ดฟักทองต่อไป อาการที่ดีขึ้นสังเกตได้ทางสถิติเมื่อกลุ่ม B ได้รับการรักษาไปแล้ว 6 เดือนและกลุ่ม C หลังการรักษา 12 เดือน

ผลการทดลองสรุปว่า น้ำมันเมล็ดฟักทองและน้ำมันสมุนไพรซอร์พาล์เมทโทมีความปลอดภัยและเป็นทางเลือกที่ได้ผลในการรักษาอาการต่อมลูกหมากโตแทนการใช้ยา

สิ่งดีๆที่มีอยู่ในน้ำมันเมล็ดฟักทอง

  • กรดโอลิอิก หรือที่รู้จักกันในชื่อกรดไขมันโอเมก้า 9 มีการศึกษาทางด้านวิทยาศาสตร์หลายชิ้นให้ข้อสรุปเช่นเดียวกันว่า โอเมก้า 9 เป็นการดไขมันที่มีประโยชน์ต่อสุขภาพของหัวใจ ต้านการอักเสบที่เกิดขึ้นในร่างกาย รักษาระดับคอเลสเตอรอล ป้องกันภาวะหลอดเลือดแดงแข็ง บรรเทาอาการข้อกระดูกอักเสบและ IBS การทำงานจะได้ผลดียิ่งขึ้นเมื่อทำงานร่วมกับกรดไขมันโอเมก้า 3 (น้ำมันปลาจากทะเลน้ำเย็น เช่นน้ำมันปลาแซลมอน) แม้น้ำมันจากเมล็ดฟักทองไม่มีผลทางยาโดยตรง แต่การที่มีกรดโอลิอิกอยู่ในปริมาณค่อนข้างมากกว่าเมล็ดพืชบางชนิด จึงมีส่วนเป็นตัวช่วยในการรักษาโรคต่างๆ เช่น ต่อมลูกหมากโตเมื่อนำไปใช้ร่วมกับสมุนไพรซอว์พาลเมตโต หรือพิเจียม
  • บีท่า-ซิโตสเตอรอล เป็นสเตอรอลที่พบในพืชหลายชนิดมีคุณสมบัติสกัดกั้นการดูดซึมโคเลสเตอรอลในร่างกายช่วยลดปัญหาโคเลสเตอรอลในเลือดและยังมีคุณสมบัติเป็นสารต้านการอักเสบ น้ำมันเมล็ดฟักทองมีสเตอรอลชนิดบีท่าซิโตสเตอรอลเป็นส่วนประกอบแม้มีอยู่ในปริมาณไม่มากนักแต่ด้วยคุณสมบัติเฉพาะของสเตอรอลเป็นส่วนประกอบแม้มีอยู่ในปริมาณไม่มากนัก แต่ด้วยคุณสมบัติเฉพาะของสเตอรอลชนิดนี้รวมเข้ากับกรดไขมันที่มีอยู่ทำให้เป็นประโยชน์แก่สุขภาพของหัวใจ หลอดเลือด แต่ต่อมลูกหมาก ทั้งยั้งช่วยให้ปัสสาวะถูกขับออกได้ง่ายขึ้น

    *หมายเหตุ การอักเสบที่เกิดขึ้นในร่างกาย เกิดได้จากการแพ้ยา แพ้อาหาร มีความไม่สมดุลของกรดไขมันในร่างกาย หรือรับประทานอาหารที่มีคาร์โบไฮเดรตที่ขัดขาวมากเกินไป ทำให้เซลล์หรือเนื้อเยื่อมีการอักเสบบวม พอง ทำให้มีอาการเจ็บปวด การเคลื่อนไหวติดขัด (เมื่อมีการบวมตามข้อต่อ) ปัสสาวะติดขัดหรือปัสสาวะได้ไม่หมด (ต่อมลูกหมากที่บวมพองจะขัดขวาง การไหลของปัสสาวะ) เป็นต้น

  • กรดอะมิโนคูเคอร์บิทิน (cucurbitin) นักวิทยาศาสตร์เชื่อว่ากรดอะมิโนชนิดนี้เป็นสารสำคัญที่ใช้ในการถ่ายพยาธิในลำไส้ที่พบแต่ในเมล็ดพืชเท่านั้น และมีความปลอดภัยสูง แม้เด็กหรือสตรีมีครรภ์ก็สามารถรับประทานได้ ความเข้มข้นของกรดอะมิโนในเมล็ดฟักทองจะมีความแตกต่างกันไปตามชนิดและสายพันธุ์ของฟักทอง
  • กรดปาล์มิติก (Palmitic) เป็นกรดไขมันอิ่มตัวที่มีส่วนสำคัญในการสื่อสารและทำงานร่วมกันของเซลล์ ถ้าร่างกายมีกรดไขมันชนิดนี้ไม่เพียงพอ อาจทำให้เซลล์มีการทำงานที่ผิดพลาดก่อให้เกิดความเสียหายได้

น้ำมันเมล็ดฟักทอง ไม่เพียงแต่ช่วยลดขนาดและลดความเสี่ยงในการเกิดมะเร็งต่อมลูกหมากในผู้ชายเท่านั้น แต่ยังสามารถบรรเทาอาการวัยทอง เช่น อาการร้อนวูบวาบ ปวดศีรษะ และปวดตามข้องในผู้หญิงได้อีกด้วย