โรคสมองเสื่อมอัลไซเมอร์ส Bode

"โรคสมองเสื่อมอัลไซเมอร์ส"

โภชนาการกับโรคสมองเสื่อมอัลไซเมอร์ส

โภชนาการที่ไม่ดีมีความสัมพันธ์กับโรคสมองเสื่อมอัลไซเมอร์ส แต่ก็ยังไม่เป็นที่แน่ชัดว่าสิ่งนี้คือผลที่เกิดจากตัวโรค หรือเป็นเหตุที่ทำให้เกิดโรคนี้กันแน่ ความเสียหายของเซลล์สมองเบื้องต้นเกิดขึ้นในส่วนที่ควบคุมความอยากอาหาร ซึ่งนี่อาจเป็นคำอธิบายว่า ทำไมพฤติกรรมการรับประทานอาหารจึงเปลี่ยนไป โภชนาการที่ไม่ดีที่มาจากการได้รับวิตามินและเกลือแร่น้อย อาจเป็นสิ่งเบื้องต้นที่เกิดขึ้นกับผู้ป่วยอัลไซเมอร์ส แล้วเมื่อโรคลุกลามมากยิ่งขึ้น ผู้ป่วยก็สูญเสียความสนใจ หรือความสามารถในการเลือกหรือบริโภคอาหารที่มีคุณค่า ยิ่งทำให้การขาดสารอาหารมีมากขึ้นยิ่งทำให้อาการรุนแรงกว่าเดิม หรือไปเร่งการลุกลามของโรคให้เร็วยิ่งขึ้น การปฎิเสธอาหารเป็นเวลานาน ๆ ไม่ยอมทานอาหาร หรือจำไม่ได้ว่าจะทานอาหารอย่างไร ล้วนมีผลทำให้ขาดโปรตีนและแคลอรี่ ซึ่งส่งผลให้เกิดการสูญเสียไปทั่วทั้งระบบร่างกายและระบบประสาท แล้วการใช้ยาเป็นเวลานานๆ ก็ยิ่งทำให้ร่ายการขาดวิตามินและเกลือแร่ต่างๆ มากยิ่งขึ้น

อะลูมินั่ม การรับประทานและการสะสมตัวของอะลูมินั่มในสมองมีความสัมพันธ์กับสมองหลายๆ อย่าง และความผิดปกติต่างๆ ของระบบประสาท นอกจากนี้การสะสมของอะลูมินั่มในเซลล์สมองมีผลกระทบอย่างมากที่สุดในโรคสมองเสื่อมอัลไซเมอร์ส ความเกี่ยวพันนี้ก็ยังไม่ได้พิสูจน์ว่าอะลูมินั่มเป็นสาเหตุของโรคอัลไซเมอร์ส อย่างไรก็ตามยังมีความเกี่ยวข้องกันระหว่างธาตุที่เป็นพิษ และโรคสมองเสื่อมนี้

เราได้รับอะลูมีนั่มกันมากขึ้นนับตั้งแต่มีการพัฒนาเครื่องครัว เครื่องใช้ในครัว และกระดาษฟอยล์ที่ทำจากอะลูมินั่ม แร่ธาตุนี้สามารถละลายออกมา จากหม้ออะลูมินั่มเข้าไปปะปนในอาหาร หรือเครื่องเดื่ม ตัวอย่างเช่น กาแฟที่ต้มในหม้ออะลูมินั่มจะมีอะลูมินั่มมากกว่ากาแฟที่ต้มในหม้อแก้ว และยิ่งใช้เวลาต้มกาแฟนานขึ้นเท่าใดหรือเป็นหม้อต้มใหม่ๆ แล้วก็ยิ่งทำให้อะลูมินั่มละลายปะปนในกาแฟมากยิ่งขึ้น นอกจากนี้อะลูมินั่มยังมีอยู่ในยาต่างๆ และของเบ็ดเตล็ด เช่น ยาลดกรดที่มีอะลูมินั่ม และยาดับกลิ่นตัว วิธีปลอดภัยที่สุดในการใช้ผลิตภัณฑ์ที่มีอะลูมินั่มก็คือ ให้เลือกผลิตภัณฑ์ที่ประกอบด้วยอะลูมินั่ม ฟอสเฟต แทนที่จะเป็นอะลูมินั่ม คลอไรด์ ซึ่งร่างกายจะดูดซึมชนิดนี้ได้มากกว่า

หากการได้รับอะลูมินั่มทำให้เกิดโรคสมองเสื่อมอัลไซเมอร์สแล้ว การป้องกันก็คือ ควรหลีกเลี่ยงสิ่งที่มีอะลูมินั่มทุกชนิด การรักษารก็ควรจะมียาที่จับตัวเข้ากับแร่ธาตุนี้ ลดการดูดซึมของมันเอง และเพิ่มการขับออกจากร่างกาย การได้รับธาตุเหล็ก หรือแคลเซียมอย่างเพียงพอจะไปลดการดูดซึมของอะลูมินั่ม ฟลูออไรด์นั้นก็ช่วยให้ร่างกายกำจัดอะลูมินั่มได้มากขึ้น การศึกษาหลายครั้งในสัตว์ทดลองรายงานว่า การได้รับวิตามิน ดี มากเกินไปอาจไปทำให้เกิดการสะสมของอะลูมินั่มตามกล้ามเนื้อ หัวใจ และสมองมากขึ้น

วิตามิน บี1 เป็นสิ่งจำเป็นสำหรับการสังเคราะห์ และการหลั่งอะเซ็ททิล โคลีน ซึ่งเป็นสารสื่อประสาทที่เกี่ยวข้องกับความจำ และเมตาโบลิซึ่มของวิตามิน นี้อาจถูกเบี่ยงเบนให้ผิดปกติไปในสมองของผู้ป่วยอัลไซเมอร์ส การศึกษาครั้งหนึ่งที่วิทยาลัยแพทย์แห่งจอร์เจียพบว่า การได้รับวิตามิน บี1 ในปริมาณสูง (วันละ 3 ถึง 8 กรัม) ช่วยทำให้อาการหลงลืมในผู้ป่วย อัลไซเมอร์สดีขึ้นเล็กน้อย อย่างไรก็ตามการรักษาด้วยวิตามิน บี1 ไม่สามารถหยุดยั้งการลุกลามของโรคอัลไซเมอร์สลงได้

วิตามิน บี12 มากกว่า 70 เปอร์เซ็นต์ของผู้สูงอายุที่ขาดวิตามิน บี12 มักป่วยด้วยโรคอัลไซเมอร์ส โดยระดับของวิตามิน บี 12 ในเลือดของผู้ป่วย อัลไซเมอร์สนั้นจะต่ำกว่าในผู้ป่วยจากโรคสมอง หรือความจำชนิดอื่นอย่างมีนัยสำคัญคะแนนจากการทดสอบการใช้เหตุผลที่ต่ำที่สุดในผู้ป่วยอัลไซเมอร์ส คือคะแนนของผู้ป่วยที่มีระดับ วิตามิน บี1 ในเลือดต่ำสุด ยังไม่เป็นที่ทราบกันว่าการขาดวิตามินนี้เป็นสาเหตุ หรือเป็นผลจากการเสื่อมของเนื้อเยื่อสมองกันแน่ หน้าที่อย่างหนึ่งของวิตามิน บี12 ก็คือ คอยรักษาเนื้อเยื่อประสาทให้มีสุขภาพแข็งแรง ซึ่งอาจอธิบายได้ว่าทำไมการขาดวิตามินนี้อาจทำให้โรคอัลไซเมอร์สลุกลามต่อไปได้

โคลีน โคลีนและแหล่งที่มาของโคลีน คือเลซิติน (สารไขมันที่พบในไข่แดง จมูกข้าวสาลี และตับ แต่ก็ยังหาได้ในอาหารเสริม) แสดงให้เห็นถึงประสิทธิภาพในการรักษาการสูญเสียความทรงจำ และโรคสมองเสื่อมอัลไซเมอร์ ความพยายามใช้สารที่คล้ายวิตามิน บี ชนิดนี้นั้น มีพื้นฐานมาจากการสังเกตเห็นสารสื่อประสาทที่ชื่อว่า อะเซ็ททิลโคลีน ซึ่งเป็นสารที่มีโคลีน และรับผิดชอบในการ ส่งข่าวสารที่เกี่ยวข้องกับความจำ พบว่าในสมองของผู้ป่วยด้วยโรคสมองเสื่อมอัลไซเมอร์สนั้นจะผลิตสารนี้ออกมาได้ไม่เพียงพอกับความต้องการ อาการต่างๆ ซี่งได้แก่ อาการพูดช้า สั่น และการเคลื่อนไหวที่ไม่มีเรี่ยวแรง จะเกิดขึ้นเมื่อสมองผลิตอะเซ็ททิลโคลีนได้ไม่เพียงพอ การเสริมอาหารด้วยโคลีน หรือเลซิตินที่ได้จากถั่วเหลือง (ซึ่งมีฟอสฟาติดิลโคลีนอยู่ 90 เปอร์เซ็นต์) จะช่วยให้การทำงานของสมองผู้ป่วยที่สูญเสียความทรงจำนั้นดีขึ้น อย่างไรก็ตามยังมีกรณีอื่นที่ระบุว่า การเพิ่มโคลีน หรือเลซิตินจะไปเพิ่มระดับโคลีนในเลือด แต่ไม่มีผลต่อระดับอะเซ็ททิลโคลีน หรือการทำงานของสมองแต่อย่างใด หากโคลีน หรือเลซิติน มีผลในการรักษาการสูญเสียความทรงจำแล้ว มันก็อาจมีประโยชน์สำหรับการรักษาในระยะเบื้องต้น หรือระยะเริ่มแรก แต่ก็เพียงมีประโยชน์ในการยืดระยะเวลาที่จะเข้าสู่ระยะรุนแรงให้นานออกไปเท่านั้น

วิตามิน และเกลือแร่อื่น ๆ เมื่อเปรียบเทียบผู้ป่วยด้วยอาการวิกลจริตกับผู้ป่วยที่ไม่ได้สูญเสียความทรงจำแล้วพบว่า กลุ่มแรกรับประทานวิตามิน ซี วิตามิน อี และไนอาซิน รวมทั้งมีระดับฟอลิค แอซิด ในเลือดต่ำกว่า ความสัมพันธ์ระหว่างสารอาหารเล่านี้กับการเริ่มต้น หรือการลุกลามของโรคอัลไซเมอร์ส ยังไม่เป็นที่ทราบแน่ชัด การศึกษาครั้งหนึ่งพบว่า การเสริมอาหารด้วยธาตุเหล็ก วิตามิน บี6 และสารคล้ายวิตามิน คือ ยูบิควิโนน (ubiquinone หรือ โคเอนไซม์คิว 10 นั่นเอง) ช่วยชะลออาการของโรคอัลไซเมอร์สลงได้ อย่างไรก็ตามเรื่องนี้ยังต้องการ การวิจัยเพื่อยืนยันผลให้แน่ชัดต่อไป

การที่มีระดับสารต้านอนุมูลอิสระต่ำในเลือดต่ำ อย่างเช่น วิตามิน เอ เบต้า แคโรทีน และวิตามิน อี อาจบ่งบอกถึงการทำงานที่เพิ่มขึ้นของอนุมูลอิสระในผู้ป่วยอัลไซเมอร์ส อย่างไรก็ตามทฤษฎีนี้เป็นการคาดเดาอย่างแท้จริง แล้วยังต้องการการทดสอบทางวิทยาศาสตร์เสียก่อน

คำแนะนำทางโภชนาการ

ยังมีข้อมูลจำกัดเกี่ยวกับคำแนะนำทางโภชนาการในการป้องกัน และรักษาโรคสมองเสื่อมอัลไซเมอร์ส สำหรับในตอนนี้ ทางที่ดีที่สุดก็คือ รับประทานอาหารที่มีไขมันต่ำ มีไฟเบอร์สูง มีสารอาหารที่อุดมไปด้วยวิตามิน และเกลือแร่ต่างๆ ที่เพียงพอ หลีกเลี่ยงการรับประทานอาหารที่ผ่านการขัดสีต่างๆ ให้น้อยลง อาหารที่ทานควรเป็นพวกผัก ผลไม้ และธัญพืช อาหารจำพวกนมที่ไม่มีไขมันหรือมีไขมันต่ำ เนื้อสัตว์ที่มีไขมันน้อยจำพวกเนื้อปลา และอาหารเสริม โดยเฉพาะอย่างยิ่ง วิตามิน บี12 แคลเซียม แมกนีเซียม หมั่นออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ จัดการกับความเครียดให้ดี หลีกเลี่ยงการใช้เครื่องครัวและยาที่มีส่วนประกอบของอะลูมินั่ม งดดื่มแอลกอฮอล์ สูบบุหรี่ สิ่งเหล่านี้อาจมีความสำคัญในการป้องกัน และรักษาโรคสมองเสื่อมอัลไซเมอร์ส