ยาธรรมชาติสำหรับโรคข้ออักเสบ Bode

"ยาธรรมชาติสำหรับโรคข้ออักเสบ "

"ยาธรรมชาติสำหรับโรคข้ออักเสบ "

หัวข้อที่ร้อนแรงที่สุดในทางการแพทย์ของทุกวันนี้ก็คือ เรื่องของการอักเสบ เพราะปัจจุบันเชื่อกันว่ามันเป็นสาเหตุที่อยู่เบื้องหลังของโรคหัวใจ มะเร็ง เบาหวาน และอัมพฤกษ์

นอกจากนั้นการอักเสบยังทำให้เกิดความเจ็บปวดจากอาการต่าง ๆ เช่น ข้ออักเสบ การอักเสบของถุงหน้าท้อง (bursitis) และเอ็นอักเสบ (tendonitis) ซึ่งก็ไม่ได้เป็นเรื่องใหม่อะไร แต่ที่น่าตกใจก็คือ มีการศึกษาใหม่ๆ แสดงให้เห็นว่าคนจำนวน 70 ล้านคน ซึ่งนับเป็นจำนวนหนึ่งในสามของชาวอเมริกันทั้งหมด ล้วนมีอาการข้ออักเสบ หรืออาการเรื้อรังของข้อต่าง ๆ จึงเป็นเหตุผลที่ว่า ทำไมผู้เขียน (Andrew Weil, M.D.) จึงเชื่อว่า การทำความเข้าใจในเรื่องการอักเสบ และเรียนรู้ที่จะ ควบคุมที่เป็นความท้าทายอย่างมากของวงการสาธารณสุขในศตวรรษที่ 21 นี้เลยทีเดียว

สิ่งที่กระตุ้นการอักเสบ

การอักเสบ เป็นส่วนประกอบสำคัญอย่างหนึ่งของร่างกายในการรักษาตัว ลักษณะ คือ เจ็บปวด บวม และแดงในบริเวณที่อักเสบ การอักเสบเป็นวิธีที่ร่างกายนำเลือดและเซลล์ภูมิคุ้มกันไปหล่อเลี้ยงในบริเวณที่บาดเจ็บให้มากขึ้น หากการอักเสบไม่ลุกลามออกไปจากบริเวณที่ต้องการและอยู่ในช่วงเวลาที่ไม่ยาวจนเกินไป แล้วก็ไม่มีปัญหาอะไร แต่หากยังคงอักเสบอยู่อย่างนั้น หรือมีอาการเจ็บมากๆ อาจทำให้อวัยวะนั้นๆ ใช้การไม่ได้และเกิดความเสียหายต่อเนื้อเยื่อขึ้น

เหตุผลทางวิทยาศาสตร์ก็คือ ร่างกายควบคุมการอักเสบ โดยการใช้สารที่ชื่อว่า พรอสต้าแกลนดินส์ ซึ่งถูกสังเคราะห์ขึ้นจากกรดไขมันจำเป็น สารนี้มีหน้าที่รักษาห่วงโซ่ของปฎิกิริยาทางเคมีอันซับซ้อนที่ช่วยให้เรามีชีวิตและทำงานได้อย่างเป็นปกติ แต่พอปฎิกิริยาอันอ่อนไหวนี้ผิดปกติไป (อย่างเช่น คุณทานอาหารที่มีกรดไขมันชนิด ไม่ดีมากเกินไป) พรอสต้าแกลนดินส์ก็ยิ่งทำให้เกิดการอักเสบมากขึ้น หรือแม้แต่ทำให้รู้สึกเจ็บปวดมากขึ้นกว่าเดิม

ยารักษาอาการอักเสบชนิดที่ไม่ใช่สเตียรอยด์ (nonsteroidal ant-inflammatory drugs หรือ NSAIDs) ตัวอย่างเช่น แอสไพริน ibuprofen และ naproxen รวมทั้งยาที่ต้องให้แพทย์สั่งเท่านั้น อย่างเช่น celecoxib (Clebres) และ rofecoxib (Vioxx) ล้วนจัดการกับการอักเสบ และบรรเทาอาการเจ็บปวดได้อย่างมีประสิทธิภาพ แต่ยาเหล่านี้ก็มีผลข้างเคียง โดยเฉพาะการระคายเคืองต่อกระเพาะอาหาร ซึ่งอาจนำไปสู่อาการแทรกซ้อนในระบบทางเดิน อาหารที่ทำให้ถึงแก่ชีวิตได้

สมุนไพรต่อต้านการอักเสบทำงานในลักษณะเดียวกัน แต่มีผลข้างเคียงน้อยกว่า อย่างไรก็ตามสมุนไพรทำงานได้ช้ากว่ายา NSAIDs ที่ทำงานได้รวดเร็วกว่ามาก อาจต้องทานสมุนไพรติดต่อกันนานถึง 8 สัปดาห์ก่อนที่จะรู้สึกถึงผลของมันได้

สมุนไพรรสเผ็ดร้อนช่วยบรรเทาอาการเจ็บปวดได้

สมุนไพรที่ต่อต้านในการอักเสบที่ได้รับการศึกษากันมากที่สุดคือ ขิง และ ขมิ้น ปัจจุบันสมุนไพรที่แพทย์ยุคโบราณทราบถึงประสิทธิภาพของมัน กันมาหลายศตวรรษแล้ว และกำลังถูกนำมาศึกษาในการติดตามผลด้านคลินิกที่ University of Arizona’s National Institutes of Health-funded Center for Phytomedicine Research ที่อยู่ในวิทยาลัยเภสัชศาสตร์ของมหาวิทยาลัยแห่งนี้

ขิง (Zingiber offeicinale) อาจเป็นที่รู้จักกันมากที่สุดถึงคุณสมบัติในการแก้อาการเมายานพาหนะ การแพ้ท้อง รวมไปถึงเป็นยาที่ช่วยลดอาการคลื่นไส้เนื่องจากยา และหลังการผ่าตัดในการติดตามผลทางคลินิกแบบ double-blind พบว่า สารสกัดจากขิงช่วยลดอาการเจ็บหัวเข่า เนื่องจากกระดูกอักเสบ (osteoarthritis) ลงได้

ขมิ้น (Curcuma longa) เป็นพืชจำพวกใกล้เคียงกับขิง ใช้ผสมน้ำแกงทำให้มีสีเหลืองส้ม ขมิ้นได้รับการพิสูจน์แล้วว่าช่วยต่อต้านการอักเสบ เป็นสารต้านอนุมูลอิสระและต่อต้านการเกิดเนื้องอก ในการศึกษาติดตามผลในสัตว์ทดลองครั้งหนึ่งพบว่า สารประกอบจากขมิ้น มีประสิทธิภาพในการรักษาการอักเสบแบบเฉียบพลันเกือบจะเท่ากับคอร์ติโซน

แม้เราจะสามารถใช้ขิง และขมิ้นในการทำอาหารก็ตาม แต่ก็ต้องรับประทานในปริมาณที่สูงมาก ซึ่งอาจทำได้ยากในชีวิตประจำวัน จึงแนะนำให้ใช้ใน รูปอาหารเสริมซึ่งช่วยต่อต้านการอักเสบอื่นๆ ได้เป็นอย่างดี

หยุดรับประทานอาหารที่ไปกระตุ้นให้เกิดการเจ็บปวด

หากอาหารที่รับประทานเข้าไปส่วนใหญ่เป็นอาหารที่ผ่านกระบวนการแปรรูป และอาหารจานด่วน นั่นหมายความว่าอาหารเหล่านี้ไม่ได้ ช่วยให้อาการข้ออักเสบดีขึ้นเลย อาหารที่ส่งเสริมให้เกิดการอักเสบนั้นจะมีกรดไขมันโอเมก้า-6 อยู่ในปริมาณที่สูง (พบได้ในน้ำมันพืชหลายชนิดที่เกิดจากกระบวนการเติม ไฮโดรเจนลงในน้ำมันพืชซึ่งเป็นของเหลว ทำให้น้ำมันเปลี่ยนไปเป็นของแข็ง) ซึ่งกระบวนการนี้ว่า "ไฮโดรจีเนชั่น" (hydrogenation) ไขมันชนิดนี้มีมากที่สุดในมาจารีน ชนิดแท่ง เนยขาว คุ้กกี้ เค้ก แคร็กเกอร์ เฟรนช์ฟรายส์ โดนัท อาหารอบ ทอด ขนมขบเคี้ยวต่างๆ อุตสาหกรรมการผลิตอาหารนิยมใช้ไขมันทรานซ์แทนไขมันอิ่มตัว เช่น เนย เพราะจะทำให้อาหารคงความแข็งตัวที่อุณหภูมิห้อง นอกจากนี้ไขมันทรานซ์ยังมีอายุการเก็บได้นาน และชะลอการเหม็นหืน โดยที่เนื้อสัมผัสของอาหารไม่แห้ง อาหารอบจะ ลอกเป็นชั้นได้และมีรสชาติดี

อาหารที่ต่อต้านความเจ็บปวดจะมีกรดไขมันโอเมก้า-3 อยู่มาก พบได้ในปลาแซลมอน ซาร์ดีน และปลาที่มีไขมันอื่นๆ แล้วยังมีในวอลนัท เมล็ดแฟล็กซ์ และถั่วเหลือง รวมทั้งไขมันไม่อิ่มตัวชนิด monounsaturated fats อย่างเช่น น้ำมันมะกอก ถั่วต่าง ๆ และอะโวคาโด้ ผลไม้และผักที่มีสารต้านอนุมูลอิสระ ก็จำเป็นสำหรับช่วยลดอาการเจ็บปวดลงด้วยเช่นกัน